“บอร์เนียว” เปิดบ้านรับพันธมิตรครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมเดินหน้าสู่ Tech-Driven ด้วย Unique และ Value Chain อันแตกต่าง

Read Time:5 Minute, 39 Second

ท่ามกลางบริบทของเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่กำลังปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ การขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความเข้าใจเชิงลึกต่อห่วงโซ่ธุรกิจ (Value Chain) ได้กลายเป็นหัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืน ล่าสุด บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดศักราชใหม่อย่างสง่างาม ด้วยการจัดงานแถลงข่าว “Borneo Elevate Together พลังขับเคลื่อน เติบโตยกระดับ” เพื่อประกาศเคลื่อนทัพครั้งใหม่ ภายใต้ปีกที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมของ กลุ่มบริษัทมโนยนต์ ที่ตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเข้าถือครองสิทธิ์การบริหารเต็มรูปแบบ จากเดิมที่ถือหุ้นสัดส่วน 34% ปัจจุบันถือหุ้นสัดส่วน 100% พร้อมกันนี้ได้ประกาศทิศทางและยุทธศาสตร์องค์กรสู่ปี พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ ในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 10:00 น. ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี


ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของทั้งสององค์กร ได้แก่ ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัย กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทมโนยนต์ และ รัฐา อุรุโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมถ่ายทอดมุมมอง วิสัยทัศน์ และความเชื่อมั่นต่อการยกระดับศักยภาพองค์กรในทุกมิติ โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งล้วนเป็นผู้บริหารระดับสูง พันธมิตรทางธุรกิจ และบุคคลสำคัญในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์และวัสดุอุตสาหกรรม


กลุ่มบริษัทมโนยนต์ในฐานะผู้เล่นรายสำคัญของตลาด ได้ฉายภาพแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ยึด “Value Chain” เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต ท่ามกลางตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แคบลงและการแข่งขันด้านราคาที่ทวีความรุนแรง มโนยนต์เลือกไม่แข่งขันด้วยสินค้าเพียงอย่างเดียว หากแต่แข่งขันด้วย “ความเชื่อมโยง” และ “คุณค่าที่ส่งมอบตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์” ตั้งแต่ซัพพลายเออร์ การผลิต การกระจาย การขาย ไปจนถึงบริการหลังการขาย โดยมีบอร์เนียวเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ Value Chain นี้สมบูรณ์ แข็งแรง และแตกต่าง

ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี กลุ่มบริษัทมโนยนต์เติบโตบนรากฐานของ “ความไว้ใจ” และการทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเครือข่ายพันธมิตรผู้ผลิตระดับโลก โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ความเข้าใจเชิงลึกต่อระบบดีลเลอร์ พฤติกรรมผู้ซื้อ และโครงสร้างอุตสาหกรรมไทย ทำให้มโนยนต์มองเห็นศักยภาพของบอร์เนียวในฐานะองค์กรที่มีโมเดลธุรกิจที่ Unique และสามารถแทรกตัวใน Value Chain ได้อย่างแท้จริง

ด้าน ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัย กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทมโนยนต์ ตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ว่า “การที่มโนยนต์เข้ามาลงทุนเต็มตัวในครั้งนี้ เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศยานยนต์ มโนยนต์ต้องการใช้ความแข็งแกร่งด้านการจัดหาสินค้า (Sourcing) จากพันธมิตรระดับโลก มาผสานเข้ากับช่องทางการจัดจำหน่ายอันทรงพลังของบอร์เนียว เราไม่ได้แข่งกันที่สินค้า แต่เราแข่งกันที่ Value Chain” การผนึกกำลังครั้งนี้จะทำให้บอร์เนียวกลายเป็น Hub หรือศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ใช้งานเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ สร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืนในวันที่ตลาดมีการแข่งขันสูงและแคบลง”

ไฮไลต์สำคัญของงานครั้งนี้อยู่ที่การเปิดบทบาทใหม่ของ บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกของการขับเคลื่อนองค์กรในระยะต่อไป บอร์เนียวเป็นองค์กรที่มีประวัติการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 170 ปี และได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านอุปกรณ์ยานยนต์และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรม ที่ไม่หยุดพัฒนาและปรับตัวตามบริบทของตลาดอยู่เสมอ ปัจจุบัน บอร์เนียวมีฐานลูกค้ากว่า 20,000 ราย มีตราสินค้าที่จัดจำหน่ายเกือบ 50 แบรนด์ พนักงานกว่า 500 คน และเครือข่ายคลังสินค้าและสาขารวม 10 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ลูกค้าในทำเลยุทธศาสตร์ จุดแข็งเหล่านี้ทำให้บอร์เนียวไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ผู้จัดจำหน่ายสินค้า” หากแต่เป็นผู้สนับสนุนกระบวนการผลิตของลูกค้าในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การจัดหา การใช้งาน ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานอุตสาหกรรม และสนับสนุนธุรกิจ ร้านค้า อู่ ศูนย์บริการ

รัฐา อุรุโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บอร์เนียวกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เราไม่ได้มองการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นเพียงการขยายขนาดองค์กร แต่คือการยกระดับบทบาทของบอร์เนียวให้เป็นกลไกสำคัญใน Value Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์และวัสดุอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ความแตกต่างที่ทำให้บอร์เนียวโดดเด่นในตลาด คือ โมเดลธุรกิจที่มีความ Unique ซึ่งฝังตัวอยู่ใน Value Chain ในขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ยังคงแข่งขันกันด้วยตัวสินค้าและราคา บอร์เนียวเลือกแข่งขันด้วย “บทบาท” และ “ความเชื่อมโยง” ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนโรงงานในหลายขั้นตอนของการผลิต การตอบสนองที่รวดเร็วจากสาขาที่อยู่ใกล้ลูกค้าการนำสินค้าและโซลูชันเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานจริง หรือการคัดเลือกสินค้าที่ตรงความต้องการเป็นทางเลือกของผู้ใช้ และร้านค้า

“อีกหนึ่งก้าวสำคัญของบอร์เนียว คือการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับองค์กรสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ปัจจุบันองค์กรได้นำระบบ ERP มาใช้เป็นแกนกลางของการบริหารจัดการ พร้อมผสานเทคโนโลยี AI, Big Data และ Business Intelligence เข้ากับกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การจัดการเอกสารอัตโนมัติ การสนับสนุนการทำงานของพนักงานในทุกระดับ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ที่ช่วยให้พนักงานทุกระดับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้องค์กรมีความพร้อม ที่จะรองรับการเติบโตในระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างภายใน บอร์เนียวยังได้ทำการ ‘Rebranding’ ปรับภาพลักษณ์องค์กรและโลโก้ใหม่ให้มีความทันสมัย สะท้อนความเป็นองค์กรที่พร้อมแข่งขันในเวทีอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยยังคงยึดมั่นในรากฐานของความน่าเชื่อถือและความเป็นระบบที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน” รัฐากล่าว

ภายใต้วิสัยทัศน์สู่ปี 2569 รัฐากล่าวว่า “บอร์เนียวตั้งเป้าหมายเพิ่มสินค้าใหม่กว่า 5 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และวัสดุอุตสาหกรรม เพื่อเติมเต็มช่องว่างของตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ การผสานศักยภาพระหว่างบอร์เนียวและกลุ่มบริษัทมโนยนต์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง แต่คือการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแรง เชื่อมโยง และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต”

งาน “Borneo Elevate Together พลังขับเคลื่อน เติบโตยกระดับ” คือภาพสะท้อนของการก้าวสู่ยุคใหม่ของบอร์เนียว ในฐานะองค์กรที่ไม่ได้แข่งขันด้วยสินค้าเพียงอย่างเดียว หากแต่แข่งขันด้วยบทบาท ความเชื่อมโยง และคุณค่าที่สามารถส่งมอบได้ตลอดทั้ง Value Chain อย่างแท้จริง

About Post Author

Admin2

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post อว. ร่วมกับ Coral Life และภาคีชั้นนำ ผนึกกำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ‘Green University’ ชูนวัตกรรม Total Solution ยกระดับมหาวิทยาลัยไทยสู่ Net Zero เต็มรูปแบบ
Next post เปิดฉาก! แข่งขันหุ่นยนต์ระดับชาติ “VEX Robotics Thailand 2025–2026” เยาวชน 126 ทีม ร่วมชิงแชมป์เฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยสู่เวทีระดับโลก “VEX Robotics World Championship” @อเมริกา